หน้าเว็บ

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

วันศุกร์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2555

นักร้องหน้าใหม่^^

greyson chance



กลายเป็นเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งที่โด่งดังเปรี้ยงปร้างในช่วงข้ามขึ้น สำหรับ เกรย์สัน ไมเคิล ชานซ์ วัย 12 ปี หลังจากที่มีการเผยแพร่คลิปที่เจ้าตัวคัฟเวอร์เพลงฮิต Paparazzi ของเลดี้ กาก้า ด้วยเสียงอันทรงพลัง พร้อมกับโชว์อัจฉริยะในการเล่นเปียโนได้อย่างน่าทึ่ง จนทำเอาหลายคนจับตามองว่า เขาอาจจะเป็นศิลปินเด็กคนใหม่ที่กำลังจะมาแรง ไม่แพ้กับจัสติน บีเบอร์ ก็เป็นได้

   และในปี 2555 หนุ่มน้อยหน้าใส เกรย์สัน ชานซ์ ในวัย 14 ปีแล้ว ก็ได้พกความหล่อ เสียงร้อง และการเล่นดนตรีที่น่าทึ่งมากระชากหัวใจแฟน ๆ ชาวไทย เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม กับการแสดงมินิคอนเสิร์ตครั้งแรก ณ ลานเอเทรียม เซ็นทรัลเวิลด์ และเชื่อว่าตอนนี้คงมีสาว ๆ หลายคนเข้าคิวขอสมัครเป็นแฟนคลับของหนุ่มน้อยคนนี้กันแล้วล่ะ... อย่ามัวรอช้า ลองไปทำความรู้จักกับเขากันเลย
          เกรย์สัน ไมเคิล ชานซ์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ เกรย์สัน ชานซ์ เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 1997 (พ.ศ.2540) เมื่อเขาอายุ 12 ปี เขากลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง หลังจากที่ได้แสดงเพลงฮิตของสาวมั่น เลดี้ กาก้า ในเพลง Paparazzi พร้อมกับเล่นเปียโน ต่อหน้าเหล่าสาว ๆ ในงานโรงเรียน พร้อมกับมีการอัพโหลดคลิปวิดีโอลงเว็บไซต์ยูทูบ ซึ่งขณะนี้มีผู้ชมไปแล้วถึงสี่สิบล้านครั้งทีเดียว
   ความโด่งดังอย่างมากของเขาในโลกไซเบอร์ ทำให้ เกรย์สัน ได้รับเชิญไปออกรายการทอล์คโชว์ชื่อดังของอเมริกาโดยพิธีกรสาวหล่อ เอลเลน ดีเจเนอเรส ซึ่งเขาก็ต้องเซอร์ไพรส์สุด ๆ หลังจากที่ เลดี้ กาก้า ซูเปอร์สตาร์ไอดอลของหนุ่มน้อยได้โทรศัพท์เข้ามาให้กำลังใจกลางรายการ หลังเขานำเพลงฮิต Paparazzi ของเธอมาร้องคัฟเวอร์ใหม่จนโด่งดังสุด ๆ พร้อมกล่าวชื่นชมเขาอีกด้วย
          นอกจากที่ เกรย์สัน ชานซ์ จะมีความสามารถในการคัฟเวอร์เพลงของเลดี้ กาก้า ได้อย่างยอดเยี่ยมเปี่ยมไปด้วยพลังแล้ว เขายังโพสต์วิดีโอที่เขาเล่นเปียโนในเพลงที่เขาแต่งเองถึง 2 เพลงลงไปด้วย โดย 2 เพลงดังกล่าวมีชื่อว่า Stars และ Broken Hearts ซึ่งแน่นอนว่าได้รับความนิยมอย่างสูงไม่แพ้กัน
          หลังจากนั้น เขาได้ไปออกรายการของ เอลเลน ดีเจเนอเรส เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เข้าได้ก้าวเข้าสู่การเป็นศิลปินอย่างแท้จริง โดยพิธีกร เอลเลน ดีเจเนอเรส ถึงกับตั้งค่ายเพลงของเธอขึ้นมาเอง Eleveneleven โดยมีหนุ่มเกรย์สัน เซ็นสัญญาเป็นศิลปินเบอร์แรก
   และในเดือนตุลาคม 2011 เกรย์สัน ชานซ์ ก็คลอดอัลบั้มแรก Hold On ′Til The Night และได้ปล่อยซิงเกิลแรกของตัวเองออกมาชื่อ "Waiting Outside the Lines" และตามมาด้วย Unfriend You, Hold on 'till the Night, Take a Look at Me Now ซึ่งโด่งดังเป็นอย่างมาก การันตีด้วยยอดขายกว่า 160,000 ก๊อบปี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เพลง Waiting Outside the Lines ติดอันดับ 1 ของชาร์ตซิงเกิลขายดีที่อเมริกาถึง 4 สัปดาห์ติดต่อกัน
      ทั้งนี้ เกรย์สัน เปิดเผยว่า ผมรู้สึกสนุกมากที่มีโอกาสเขียนเพลงเองในอัลบั้มนี้เยอะมาก ผมทำงานหนักมากและก็ดีใจมากเช่นกันที่แฟน ๆ ได้ฟังเพลงของผม เนื้อหาในบทเพลงของผมจะเป็นการให้กำลังใจในการเอาชนะความกลัว และผมก็หวังว่าแฟน ๆ ของผมจะได้รับกำลังใจเหล่านั้นจากเพลงของผม
          สำหรับในขณะนี้ เกรย์สัน ชานซ์ ก็ร่วมเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตในทวีปอเมริกาเหนือกับนักร้องหนุ่มคนดังวัยเดียวกันจากออสเตรเลีย โคดี้ ซิมป์สัน และเขายังมีโอกาสไปเปิดการแสดงที่งาน Campaign For Human Rights ที่ซึ่งมี ประธานาธิบดีบารัก โอบามา นั่งชมอยู่ด้วย


วันจันทร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2555

ใบปลิว^^


                                        ด.ญ.ศศิธร  สมขาว  เลขที่ 6  ชั้นม.3/7

วันอาทิตย์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2555

แนะนำตนเอง ^^


ชื่อเด็กหญิงศศิธร  สมขาว  ชื่อเล่น จอย  
เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 /7  โรงเรียนอำนาจเจริญ


     

โรงเรียนของฉัน





เด็กหญิงศศิธร  สมาว  เลขที่ 6  ชั้น ม.3//7

วันอาทิตย์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2555

งานนำเสนอ 1

  ไฟล์วิดีโอนี้ ประกอบการเรียนในชั่วโมงเรียน วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร


จัดทำโดย
เด็กหญิงศศิธร สมขาว เลขที่ 6  ชั้นม. 3/7

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

วันอาสาฬหบูชา

วันอาสาฬหบูชา

 

วันอาสาฬหบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 วันอาสาฬหบูชาเป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้ทรงประกาศพระพุทธศาสนาเป็นครั้งแรก โดยการแสดงปฐมเทศนา โปรดพระปัญจวัคคีย์ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน จนพระอัญญาโกณฑัญญะได้บรรลุธรรมและขอบวชเป็นพระภิกษุรูปแรกในพระพุทธศาสนา จึงถือว่าวันนี้เป็นวันแรกที่มีพระสงฆ์เกิดขึ้นครบองค์พระรัตนตรัยวันอาสาฬหบูชา  เป็นวันที่สมเด็จพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้แสดง พระปฐมเทศนา หรือการแสดง  พระธรรมครั้งแรก หลังจากที่ตรัสรู้ได้ 2 เดือน เป็นวันที่เริ่มประดิษฐานพระพุทธศาสนาเนื่องจากมีองค์ประกอบของ  พระรัตนตรัยครบถ้วนคือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนพุทธศักราช 45 ปี ในวันเพ็ญ (ขึ้น 15ค่ำ) เดือน 8 ดวงจันทร์ เสวยมาฆฤกษ์  การแสดงพระปฐมเทศนา ได้ทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์  ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ปัจจุบันคือสารนาถ เมืองพาราณสี พระธรรมที่แสดงคือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เมื่อเทศนาจบ พระโกณฑัญญะ   หนึ่งในปัญจวัคคีย์ ผู้ประกอบด้วย พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานาม และพระอัสสชิ  ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม มีความเห็นแจ้งชัดว่า
ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ      สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ
สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา    สิ่งใดสิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา
 วันอาสาฬหบูชามีเหตุการณ์สำคัญในทางพระพุทธศาสนาอยู่ 3 ประการคือ
            1.  เป็นวันแรกที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนา โดยทางแสดงพระปฐมเทศนา คือ ธรรมจักกัปปวัตนสูตร   ประกาศสัจธรรมอันเป็นองค์แห่งพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณที่พระองค์ตรัสรู้ ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ สรรพสัตว์ทั้งหลาย
            2. เป็นวันแรกที่บังเกิดพระอริยสงฆ์สาวกขึ้นในโลก คือ พระโกณฑัญญะ เมื่อได้ฟังพระปฐมเทศนาจบ ได้ดวงตาเห็นธรรม ได้ทูลขออุปสมบท และพระพุทธเจ้าได้ประทานอุปสมบทให้ด้วยวิธีเอหิภิกษุอุปสัมปทา ในวันนั้น
            3. เป็นวันแรกที่บังเกิดพระรัตนตรัย คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตน และพระสังฆรัตนะ ขึ้นในโลกอย่างสมบูรณ์บริบูรณ์
          การแสดงพระปฐมเทศนา ได้ทรงแสดงแก่ปัญจวัคคีย์  ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี ปัจจุบันคือสารนาถ เมืองพาราณสี พระธรรมที่แสดงคือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เมื่อเทศนาจบ พระโกณฑัญญะ   หนึ่งในปัญจวัคคีย์ ผู้ประกอบด้วย พระโกณฑัญญะ พระวัปปะ พระภัททิยะ พระมหานาม และพระอัสสชิ  ก็ได้ดวงตาเห็นธรรม มีความเห็นแจ้งชัดว่า
ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ      สพฺพนฺตํ นิโรธธมฺมนฺติ
สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเป็นธรรมดา    สิ่งใดสิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา
 บริบูรณ์

ธรรมเนียมปฏิบัติในวันอาสาฬหบูชา
 พิธีกรรมโดยทั่วไปที่นิยมกระทำในวันนี้ คือ การทำบุญ ตักบาตร รักษาศีล ฟังพระธรรมเทศนา และสวดมนต์ ในตอนค่ำก็จะมีการเวียนเทียนที่เป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามของไทยเรา ดังนั้น พุทธศาสนิกชนทั้งหลายควรเข้าวัด เพื่อน้อมระลึกถึงคุณพระรัตนตรัย อีกทั้งยังเป็นการช่วยชะล้างจิตใจให้ปลอดโปร่งผ่องใส จะได้มีร่างกายและจิตใจที่พร้อมสำหรับการดำเนินชีวิตยุคที่ค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้นอย่างนี้...



    
           
    
            

 

  


         



    
         

วันเเม่



        



     สำหรับในประเทศไทยนั้นมีการจัดงานวันแม่ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2486 ณ.สวนอัมพร โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้จัดงาน แต่เนื่องจากช่วงนั้นเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 งานวันแม่ในปีต่อมาจึงต้องงดไปโดยปริยาย หลังจากผ่านพ้นวิกฤติสงครามไปแล้ว หลายหน่วยงานได้พยายามรื้อฟื้นให้มีวันแม่ขึ้นมาอีก แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร และมีการเปลี่ยนกำหนดวันแม่ไปหลายครั้ง แต่กำหนดวันแม่ที่ประชาชนนิยม และเป็นที่รับรองของรัฐบาล คือวันที่ 15 เมษายน โดยเริ่มจัดมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 กำหนดงานวันแม่ในวันนี้ยังดำเนินต่อมาอีกหลายปี ก็ต้องมาหยุดชะงักลงอีก ด้วยเหตุผลที่ว่าสภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้จัดงานวันแม่ขาดผู้สนับสนุนซึ่งก็คือกระทรวงวัฒนธรรมที่ถูกยุบไปนั่นเอง
 ต่อมาสมาคมครูคาทอลิกแห่งประเทศไทยเห็นว่าควรมีการจัดงานวันแม่ต่อไป จึงได้รื้อฟื้นงานวันแม่ขึ้นมาอีก และได้กำหนดให้จัดงานวันแม่ คือวันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2515 แต่จัดได้เพียงปีเดียวก็เลิกไป จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2519 คณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์เห็นว่าควรกำหนดวันแม่ให้แน่นอนเสียที จึงได้กำหนดวันแม่ใหม่โดยให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ และ กำหนดให้ดอกมะลิเป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ตั้งแต่นั้นมา
เหตุผลที่ให้ดอกมะลิ เป็นดอกไม้สัญลักษณ์ของวันแม่ ก็เนื่องจาก ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์ ส่งกลิ่นหอมไปไกลและหอมได้นาน อีกทั้งยังออกดอกได้ตลอดทั้งปี เปรียบได้กับความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกไม่มีวันเสื่อมคลาย...